ปูพื้นทฤษฎี · 0·3 · The 2026 Landscape

ภูมิทัศน์สนามปี 2026: คำศัพท์ที่ทั้งวงการใช้ร่วมกัน

ชิ้นส่วนของ harness ที่คุณเห็นในหน้า 0·2 ล้วนมี “ชื่อสนาม” ของมัน หน้านี้คือ แผนที่คำศัพท์ — รวบศัพท์หลักทั้งหมดที่คอร์สนี้สร้างขึ้นจากการสำรวจสนามกลางปี 2026 วางคู่กับ ความพังในโลกจริงที่มันแก้ และ บทที่ลงลึก เพื่อให้คุณเดินเข้าเรื่องเล่าโดยรู้ว่าจะเจออะไรบ้าง

ทำไมต้องมีคำศัพท์ร่วม

สนามนี้ใหม่มาก — แม้แต่วิศวกรเก่ง ๆ ก็ยังเป็นมือใหม่เรื่อง “harness” เมื่อกลางปี 2025 ถึงปี 2026 วงการเริ่ม ตกลงคำศัพท์กันได้: คำว่า “prompt engineering” ขยายเป็น “context engineering”, เกิดโปรโตคอลกลางอย่าง MCP, และมีรูปแบบการแพ็กความรู้อย่าง Skills คำเหล่านี้ไม่ใช่ศัพท์เท่ ๆ — แต่ละคำคือ คำตอบของความพังเฉพาะอย่าง ที่คนเจอซ้ำ ๆ ตอนเอา agent ไปใช้จริง

วิธีอ่านหน้านี้ อย่าพยายามท่องจำทุกคำตอนนี้ — เป้าหมายคือให้คุ้นหูไว้ก่อน แล้วเมื่อถึงบทของมัน คุณจะได้ ลงมือทำจนเข้าใจจริง มองตารางข้างล่างเป็น “สารบัญเชิงแนวคิด” ของทั้งคอร์ส

คำศัพท์หลัก → ความพังที่มันแก้ → บทที่ลงลึก

กลุ่ม A · ลูปและการให้เหตุผล

คำศัพท์คือการแก้ปัญหาอะไรบท
Agentic loop
gather → act → verify → repeat
การเรียกครั้งเดียว “เดาแล้วจบ” แก้ตัวเองไม่ได้ — ลูปทำให้มันคิด-ทำ-ตรวจซ้ำได้03
Complexity ladder
เรียกเดียว→workflow→agent→multi-agent
เลือกสถาปัตยกรรมเกินจำเป็น เปลืองและเปราะ — บันไดบอกว่าควรอยู่ขั้นไหน03 · 15
Orchestration / Multi-agentงานใหญ่เกินหนึ่ง context — แยกเป็น sub-agent แต่ต้องจ่ายค่าประสานงาน15

กลุ่ม B · มือและการเข้าถึงโลก

คำศัพท์คือการแก้ปัญหาอะไรบท
Tools — มือของโมเดลโมเดลเอื้อมไปดึงข้อมูล/ลงมือทำไม่ได้ — tool คือมือ และชื่อ/คำอธิบายของมันคือคำสั่งที่โมเดลอ่าน04
MCP — Model Context Protocolต่อ agent เข้ากับระบบภายนอกแบบไร้มาตรฐาน วุ่นวาย — MCP คือโปรโตคอลกลาง (host/client/server · tools/resources/prompts)11
Skills — แพ็กวิธีทำขั้นตอนที่ทำซ้ำต้องสอนใหม่ทุกครั้ง — Skill แพ็ก “วิธีทำ” แบบเปิดเผยทีละชั้น (progressive disclosure)12
Lean tool surfaceนิยาม tool ทุกตัวกินที่ใน context ทุกเทิร์น — โหลดเฉพาะที่ต้องใช้ (เช่น tool search)12

กลุ่ม C · context ความจำ และความน่าเชื่อถือ

คำศัพท์คือการแก้ปัญหาอะไรบท
Context engineering
finite attention · lost-in-the-middle · context rot
“ยัดให้เยอะไว้ก่อน” ทำให้คุณภาพตก — คัด “ชุด token สัญญาณสูงที่เล็กที่สุด” แล้วดึงเมื่อต้องใช้05 · 13
Memory & Stateลืมทุกอย่างเมื่อจบรอบ/บีบอัด context — เขียนสิ่งสำคัญไว้นอก window ให้รอดข้ามรอบ06
Grounding & Verificationโมเดล “แต่งเรื่อง” ที่ฟังดูจริง — ตอบจากข้อมูลจริงเท่านั้น และตรวจจากสภาพแวดล้อม07
Evaluation
final / trajectory / step
เปลี่ยน prompt/โมเดลแล้วไม่รู้ว่าดีขึ้นหรือแย่ลง — ชุดทดสอบจากงานจริงบอกได้16

กลุ่ม D · ความปลอดภัยและการคุมเครื่อง

คำศัพท์คือการแก้ปัญหาอะไรบท
Permissions & Safetyถาม “ว่างไหม” แล้วมันไปจองให้ — แยก อ่าน vs ทำ และกั้นสิ่งที่ย้อนไม่ได้ด้วยคน08
Observability — traceตอบผิดแล้วดูไม่ออกว่าทำไม — บันทึกร่องรอยของสิ่งที่มันทำ (และเจตนา)09
Security
lethal trifecta · prompt injection
ข้อความจากผู้ใช้ = ไม่น่าเชื่อถือ และอยู่ใน context เดียวกับโมเดล — ตัดขาขาหนึ่งของสามเหลี่ยมอันตราย14

ใช้คำศัพท์ให้เป็น vs ใช้ผิดที่

⚠️ แย่ · ไล่ตามศัพท์
“ต้องมี MCP + multi-agent + RAG ให้ครบ”
เอาคำศัพท์เป็นเป้า แล้วยัดทุกอย่างเข้าระบบเพราะ “มันเท่” — ได้สถาปัตยกรรมที่ ซับซ้อนเกินงาน คำศัพท์ไม่ใช่ checklist ที่ต้องเก็บให้ครบ
⚠️ แย่ · สับสนของที่ต่างกัน
เอา Skill ไปทำงานของ MCP (และกลับกัน)
MCP ให้ การเข้าถึง (ส่งค้อนมาให้) · Skill ให้ วิธีทำ (สอนตอกตะปู) — ใช้สลับกันคือ แก้ปัญหาผิดจุด ออกแบบไปก็ไม่ลงตัว
✅ ดี · ศัพท์ตามความพัง
เริ่มจาก “อะไรพัง” แล้วค่อยหยิบคำที่ตรง
ดูว่างานจริงพังตรงไหน (เดา? ลืม? แต่งเรื่อง? ทำเกินสิทธิ์?) แล้วหยิบ เฉพาะ ชิ้นส่วนที่แก้ตรงนั้น — นี่คือวิธีที่คอร์สนี้สอน และวิธีที่มืออาชีพออกแบบ harness จริง ๆ

ลองเอง — ปัญหานี้ บทไหนแก้?

กิจกรรม · จับคู่อาการกับคำศัพท์
Map the Pain to the Concept
แต่ละข้อคือ อาการพังจริง ที่เจอตอนเอา agent ไปใช้ ลองเลือกว่า คำศัพท์/ชิ้นส่วนไหน เกิดมาเพื่อแก้มัน ระบบจะเฉลยพร้อมบอกบทที่ลงลึก — ทำจบแล้วคุณจะถือ “แผนที่” ของทั้งคอร์สไว้ในหัว
เลือกคำตอบของแต่ละอาการ แล้วดูเฉลย
มองไปข้างหน้า — จบทฤษฎี เริ่มลงมือ คุณมีทั้ง นิยาม (0·1), กายวิภาค (0·2) และ แผนที่คำศัพท์ (0·3) ครบแล้ว จากนี้คอร์สจะ ไม่ท่องนิยามลอย ๆ อีก — บทที่ 01 พาไปรู้จักงานจริงของผู้ช่วยจัดการแล็บ แล้วเราจะสร้าง harness ขึ้นมาทีละชิ้น จนทุกคำในหน้านี้ “มีความหมายเพราะคุณสร้างมันเอง”

สรุปหน้า 0·3 (จบปูพื้นทฤษฎี)